ผู้นำด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ร่วมมือกับสตรอม บริษัทผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายชั้นนำและผู้ให้บริการโซลูชั่นสำหรับการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า นำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาให้บริการรับและส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีผู้ส่งหรือผู้รับอยู่ภายในประเทศไทย โดยถือเป็นผู้ให้บริการลอจิสติกส์รายแรกในประเทศไทยที่นำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาใช้งานจริง มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารวม 50 คันจะประจำอยู่ที่ศูนย์บริการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส 5 แห่ง เพื่อขนส่งเอกสารและพัสดุขนาดเล็กครอบคลุมย่านดอนเมือง พระราม 9 พระราม 3 บางแคและบางนา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป

เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ เป็นบริษัทขนส่งแห่งแรกในประเทศไทยที่นำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาให้บริการรับ-ส่งเอกสารและพัสดุ

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 50 คันแรกจะเริ่มให้บริการครอบคลุม 5 เขตในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหนึ่งคันสามารถขับเคลื่อนได้ 115 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Executive photo DHL Express and Strom
เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน (ที่ 2 จากขวา) ร่วมด้วย ศิวเวศม์ หงษ์นคร รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย (ขวาสุด) ต้อนรับ พ.ท.ม.ร.ว. พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) และ คีธ ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท (ไทยแลนด์) จำกัด (ซ้ายสุด) ในโอกาสเปิดตัวรถมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ทำงานร่วมกับสตรอมในการพัฒนาและปรับใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในพื้นที่แออัดของกรุงเทพฯ โดยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหนึ่งคันสามารถชาร์จเต็มภายใน 5 ชั่วโมงขับเคลื่อนได้ 115 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความเร็วสูงสุด 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นควัน กลิ่น หรือเสียงรบกวนเนื่องจากใช้ระบบไฟฟ้า 100% มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเหล่านี้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 10,000 ต้นในแต่ละปี

DHL EXPRESS couriers on Electric Motorbikes 1 1
เจ้าหน้าที่คูเรียร์ประจำศูนย์บริการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส พระราม 3 รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมในการทำงานแต่ละวันจากการการขับขี่มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าในการรับ-ส่งเอกสารและพัสดุแทนการใช้มอเตอร์ไซต์ที่ใช้น้ำมัน

เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า “ภารกิจของด๊อยช์โพสต์ ดีเอชแอลกรุ๊ป (DPDHL) คือการเชื่อมต่อผู้คนทั่วโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน เราเชื่อมั่นว่าหน้าที่ของเราครอบคลุมถึงความรับผิดชอบต่อพนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม โครงการ GoGreen คือ การแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศรายแรกในประเทศไทยที่ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสำหรับการรับและส่งเอกสารและพัสดุระหว่างประเทศที่มีต้นทางหรือปลายทางในประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชั่นใหม่เพื่อช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซมลพิษที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050”

ศิวเวศม์ หงษ์นคร รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นก้าวแรกในแผนการของเราที่จะเปลี่ยนมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั้งหมด มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเหล่านี้จะช่วยให้เราลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษายานพาหนะอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คูเรียร์ของเรายังรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการขับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ไม่ส่งมลพิษให้กับสังคมในทุกๆ วัน”

คีธ ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สตรอม (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทสตรอม ผู้บุกเบิกและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้ผลิตโซลูชันที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อใช้ในธุรกิจขนส่งแบบ last mile และในช่วงสองปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ในการทำให้คอนเซปต์นี้ให้เกิดขึ้นจริง เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครั้งนี้”

DHL EXPRESS Electric Motorbikes
ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส จะใช้มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าให้บริการรับ-ส่งเอกสารและพัสดุขนาดเล็กสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศ ครอบคลุม 5 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ ดอนเมือง พระราม 9 พระราม 3 บางแคและบางนา ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change)  และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 0.86% ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) มีการรณรงค์ให้ภาคเอกชนร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 7-20% ภายในปี 2020 สำหรับประเทศไทย เป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 20-25% หรือเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อย 111 ล้านตัน ภายในปี 2030

DHL Express courier at a charging station at DHL Express Service Center Rama 3
มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าที่ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสและสตรอมร่วมกันพัฒนาเพื่อการขนส่งนี้ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มภายใน 5 ชั่วโมง และ ขับเคลื่อนได้ 115 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีความเร็วสูงสุด 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ GoGreen โดยด๊อยช์โพสต์ ดีเอชแอลกรุ๊ป (DPDHL) มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศสู่สังคม ภายในปี 2050 DPDHL คาดว่าจะลดการปล่อยมลพิษที่เกี่ยวกับการขนส่งทั่วโลกให้เป็นศูนย์ ปัจจุบัน ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 60 ตันในปีนี้ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 6,000 ต้น


ดีเอชแอล – ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลก

ดีเอชแอล คือผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการลอจิสติกส์ เรามีบริการที่หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งสินค้าภายในและระหว่างประเทศ การขนส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซและลอจิสติกส์โซลูชั่นครบวงจร การขนส่งด่วนระหว่างประเทศ การขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนการบริหารจัดการซัพพลายเชนในธุรกิจต่างๆ เรามีบุคคลากรกว่า 380,000 คน ใน 220 ประเทศ จึงสามารถเชื่อมโยงผู้คนและการดำเนินธุรกิจทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องด้วยบริการขนส่งที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์โซลูชั่นและสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดที่กำลังเติบโต อาทิ ด้านเทคโนโลยี ชีววิทยาศาสตร์และบริการทางการแพทย์ พลังงาน ยานยนต์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ผนวกกับความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคม ดีเอชแอลจึงมั่นใจว่า เราคือ “ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลก” ที่แท้จริง

ดีเอชแอล เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล กรุ๊ป ซึ่งมีรายได้มากกว่า 63,000 ล้านยูโรในปี 2562 ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน สังคมและสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประโยชน์คืนสู่โลก โดยตั้งเป้าเป็นบริษัทลอจิสติกส์ที่ลดการปล่อยของเสียจากกระบวนการผลิตให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593


STROM

ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทย และ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทแบตเตอรี่ Oskaที่ได้พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์ไอที อิเล็กทรอนิกส์และการใช้งานทางทหารมาเกือบ 25 ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสตรอมได้ที่ www.stromthailand.com หรือ www.facebook.com/STROM.EV