fbpx

ทำอย่างไรให้สินค้าไม่ค้างสต็อก และส่งออกไวได้ทั่วโลก


อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมูลค่าการส่งออกของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มคิดเป็น 2.5 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังคาดว่าในปี 2565 มูลค่าการส่งออกแฟชั่นจะเพิ่มสูงถึง 1 ล้านล้านบาท

ความสำเร็จจากงานแฟชั่นโชว์กูตูร์ระดับโลกในหลายปีที่ผ่านมาเป็นการการันตีว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศในเรื่องแฟชั่น และปฏิเสธไม่ได้ว่า “ลอจิสติกส์” คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในการขนส่งเสื้อผ้า และเครื่องประดับในสภาพสมบูรณ์ตามเวลาที่ต้องการ

ไม่เพียงแต่เวทีระดับโลกที่ตื่นตัวด้านแฟชั่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจแฟชั่นออนไลน์ก็ต้องอาศัยการขนส่งสินค้าที่มีความพิถีพิถันตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทางซึ่งเป็นผู้รับ การขายสินค้าแฟชั่นออนไลน์ดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลย ปัญหาหลักๆ คือการที่ผู้ขายต้องมีการสต็อกของ ตามไซส์ ตามจำนวน ตามสีที่หลากหลาย ทำให้ต้นทุนจม ถ้าวางแผนไม่ดีก็ต้องหาทางระบายออก แต่จะหาทางระบายออกอย่างไรถ้าตลาดในประเทศมีการแข่งขันที่สูงมาก “ตลาดต่างประเทศ” จึงเป็นทางออกให้ผู้ประกอบการได้กระจายสินค้า ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความได้เปรียบทางดุลการค้าระหว่างประเทศ แต่ยังสร้างชื่อเสียงให้กับสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทยไปตลาดโลกอีกด้วย

ปัจจุบันการที่ผู้ประกอบการแฟชั่นออนไลน์จะส่งสินค้าไปต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะจริงๆแล้วผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเก่งไปหมดทุกเรื่อง เช่น ถ้าผู้ประกอบการไม่เก่งเรื่องสต็อกสินค้าก็อาจจะหาโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพมาจัดการแทน หรือถ้าไม่ถนัดเรื่องลอจิสติกส์และการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศก็ให้ผุ้ให้บริการลอจิสติกส์ที่เชี่ยวชาญมาดูแลจัดการแทน ผู้ประกอบการก็จะมีเวลาไปบริหารจัดการเรื่องกลยุทธ์การขายเพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจเติบโตต่อไป และถ้าออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่องก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการพลาดกระบวนการสำคัญ

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญของวงการแฟชั่นทั่วโลก ทำหน้าที่ขนส่งชุดแฟชั่นจากแบรนด์ดังต่างๆมายังรันเวย์นับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงงาน Bangkok International Fashion Week #BIFW สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กระบวนการจัดส่งคือ “ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนทั้งก่อนและระหว่างการขนส่ง” เพราะเสื้อผ้าในแต่ละคอลเลกชั่นต้องการการดูแลที่แตกต่างกันขึ้นกับ รูปทรง ขนาด น้ำหนัก ไปจนถึงประเภทของผ้าที่มีผลต่อการแพ็คสินค้า มาดูวิธีการเลือกบรรจุภัณฑ์และขนาดให้เหมาะกับสินค้าประเภท “เสื้อผ้าและรองเท้า” ของแบรนด์แฟชั่นเพื่อทำการขนส่งไปให้ลูกค้าต่างประเทศ


กลุ่มเสื้อผ้า: สำหรับสินค้าทั่วไปสามารถแพ็คใส่ถุงพลาสติก (plastic flyer bag) ได้หรือห่อแยกเป็นชิ้นๆแล้วแพ็คลงกล่อง Single Wall Cardboard Box ตัวพัสดุที่ใช้ควรมีขนาดพอดีกับไซส์เสื้อผ้าที่จะนำมาบรรจุเพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกระหว่างขนส่ง ในกรณีที่สินค้าสามารถชำรุดเสียหาย ควรบรรจุลงในกล่อง Dual-Wall Box ซึ่งถูกออกแบบไว้เป็นพิเศษโดยมีที่กันกระแทกสองชั้น จากนั้นผนึกกล่องให้แน่นด้วยเทปกาวให้มีลักษณะเป็นตัว H พร้อมกับติดสติ๊กเกอร์แจ้งว่าพัสดุด้านในเป็นสินค้าที่สามารถชำรุดเสียหายได้ ทั้งนี้ไม่ควรใช้กล่องกระดาษสำหรับแขวนเสื้อผ้า (wardrobes boxes) และไม่ควรให้ภายในกล่องมีพื้นที่ว่างเพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกระหว่างการขนส่ง

กลุ่มรองเท้า: สำหรับรองเท้าที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 3 กิโลกรัม เพียงนำกล่องรองเท้าซ้อนลงในกล่อง Flyer Bag และผนึกให้เรียบร้อยก็เพียงพอสำหรับการขนส่ง แต่ถ้ารองเท้ามีน้ำหนักมากกว่า 3 กิโลกรัม ตัวกล่องรองเท้าจะต้องถูกแพ็คเรียงใส่ในกล่องใหญ่ โดยที่ภายในกล่องจะต้องอัดแน่นด้วยเม็ดโฟมเพื่อป้องกันการกระแทก หรือการเคลื่อนที่ของสินค้าระหว่างการขนส่ง ปิดท้ายด้วยการผนึกกล่องด้วยเทปกาวเป็นรูปตัว H เช่นเดิม

การเลือกบรรจุภัณฑ์และขนาดให้เหมาะกับสินค้า รวมถึงการวิธีการแพ็คสินค้าที่ถูกต้องเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่เสียเวลาในการขนส่ง ในขณะที่แฟชั่นหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการที่รู้วิธีการจัดการการขนส่ง และนำระบบที่มีประสิทธิภาพมาใช้ก็จะช่วยให้แบรนด์สินค้าแฟชั่นของผุ้ประกอบการนั้นเหนือกว่าแบรนด์แฟชั่นทั่วไป ส่งออกได้ไวทั่วโลกและมีการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ ขณะเดียวกันผู้ให้บริการลอจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพก็สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการแฟชั่นออนไลน์เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันในการส่งออกแฟชั่นไทยไปตลาดโลก การให้บริการด้านลอจิสติกส์ที่มีความเข้าใจในอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างลึกซึ้ง และการมีโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการแฟชั่นออนไลน์อย่างแท้จริงจะช่วยทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นเติบโต และแข่งขันกับตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

#






Loading Disqus Comments ...
Loading Facebook Comments ...