fbpx

การบริหารจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain Management) คืออะไร ?


() หมายถึง การบริหารจัดการกิจกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบ) จนถึงปลายน้ำ (สินค้าสำเร็จรูปหรือบริการ) ซึ่งมีลักษณะยาวต่อเนื่องกันเหมือนโซ่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพตลอดกระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค โดยการให้ความสำคัญต่อการสื่อสาร การวิเคราะห์ข้อมูล และนำไปใช้ร่วมกัน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในการดำเนินงานและเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

จึงเป็นการบริหารกระบวนการต่าง ๆ ใน Supply Chain ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจในการทำงานกันอย่างใกล้ชิดในขั้นตอนต่างๆ ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันทั้งในองค์กรและนอกองค์กรเป็นสำคัญ จึงจะทำให้ระบบ Supply Chain มีประสิทธิภาพ (Efficiency) อันจะมีผลต่อการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าในที่สุด

ทำไมต้องมี Supply Chain management

ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค หรือผู้ค้าส่ง ท่านก็ต้องรู้เรื่อง Supply Chain โดยเริ่มต้นตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบไปจนถึงผู้ซื้อคนสุดท้าย ระบบนี้เริ่มต้นขึ้นที่อเมริกา แล้วมาพัฒนาที่ยุโรปจนเป็น ERC (Efficient Consumer Response)

องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ ได้มีการพัฒนาการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศระหว่างองค์กรมาผนวกใช้กับระบบหริหารซัพพลายเชน (Supply Chain Management) เกิดเป็นแนวคิดใหม่เรียกว่า “อี-ซัพพลายเชน (e-Supply Chain)” เพื่อทำให้ระบบบริหารจัดการซัพพลายเชนเกิดประสิทธิผล (Effectiveness) อย่างจริงจัง เนื่องจากแต่ก่อนผู้บริหารยังเข้าไม่ถึงหัวใจของSupply Chain จึงมักไม่ค่อยให้ความสำคัญที่จะนำมาใช้กำหนดเป็นกลยุทธ์การบริหารต้นทุน ทั้งยังเห็นว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยของการแลก เปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจ

e-Supply Chain เป็นแนวคิดที่บริษัทหรือองค์กร รวมทั้งคู่ค้าที่มาทำธุรกิจร่วมกัน ถือเป็นทีมเดียวกัน จะต้องมีเป้าหมายอย่างเดียวกัน และในกระแสการดำเนินธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างรุนแรง ทีมที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และน่าเชื่อถือเท่านั้น จึงจะได้เปรียบคู่แข่งขันสามารถเอาชนะและอยู่รอดเป็นเบอร์หนึ่งหรืออยู่แถวหน้าได้ ยังเป็นการสร้างพลังต่อรองได้เช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ชั้นนำทั้งหลาย

 

ปัญหาของการบริหารธุรกิจ หรือการค้าซึ่งเป็นแรงกดดันที่จะต้องแก้ไขมี 4 ประการ คือ

  • 1. Stagnant Market การไม่ขยายของตลาด
  • 2. Competition สภาพการแข่งขันของธุรกิจ ซึ่งมาจากหลายๆ ด้านทั้งทางตรงและทางอ้อม
  • 3. Cost Pressure แรงกดดันด้านต้นทุนของสินค้าในทุกๆ ด้าน
  • 4. Price Pressure เป็นแรงกดดันด้านราคา ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ เมื่อต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น แต่เจ้าของสินค้าไม่สามารถขึ้นราคาได้ ทางออกของแรงกดดันทั้งสี่ประการสามารถบรรเทาได้ด้วย การจัดระบบ Supply Chain เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน

ตัวแปรที่มีผลกระทบต่อการจัดการซัพพลายเชน

  • 1. ความคาดหวังของผู้บริโภคและการแข่งขัน
  • 2. โลกาภิวัติ
  • 3. เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 4. กฎหมายและกฎระเบียบทางราชการ
  • 5. สิ่งแวดล้อม
  • 6. การกระจายตัวของสมาชิกในซัพพลายเชน
  • 7. ความแม่นยาในการพยากรณ์
  • 8. อัตราแลกเปลี่ยน
  • 9. โครงสร้างพื้นฐาน
  • 10. ความแตกต่างในคุณลักษณะบางอย่างของผลิตภัณฑ์

การทำ Supply Chain Management อย่างมีสิทธิภาพ

  • 1. ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  • 2. ปรับกระบวนการในการทำงาน
  • 3. แบ่งกลุ่มสินค้าให้ชัดเจน
  • 4. ร่วมมือกับทางซัพพลายเออร์

ผลประโยชน์การทำ Supply Chain Management

ลดต้นทุนและมีประสิทธิภาพในการลดเวลาการทำงานได้อย่างมาก คนที่ทำธุรกิจด้วยกันก็อยากจะติดต่อกับบุคคลที่คุยกันรู้เรื่องการที่ทำ Supply Chain Management ขึ้นมา ทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีความพึงพอใจสูงสุด เพราะสินค้าสามารถไปถึงผู้บริโภคได้อย่าง รวดเร็ว

ที่มา : https://sites.google.com/site/it504249206/home/ngan-klum/supply-chain,http://www.logisticsadviser.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538773618





Loading Disqus Comments ...
Loading Facebook Comments ...