fbpx

RFID ที่มีผลต่อการแข่งขันในงาน Logisitcs


() ที่มีผลต่อการแข่งขันในงาน Logisitcs

  • ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบและตรวจนับสินค้าที่มีจำนวนมาก ตลอดจนทำให้กิจกรรมในขั้นตอนต่างๆอาทิ ในคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้ามีความแม่นยำมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้การบริหารห่วงโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ ผู้ค้าปลีกสามารถทราบถึงจำนวนสินค้าที่จำหน่ายไปแล้วและคำนวณจำนวนสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

และสามารถติดตามได้ว่าสินค้าที่สั่งซื้ออยู่ที่ไหนและคาดการณ์ได้ว่าสินค้าจะเข้าถึงคลังสินค้าเมื่อใด ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบทบาทอย่างมากในกลุ่มธุรกิจลอจิสติกส์ อาทิ ระบบติดตามตู้คอนเทนเนอร์ด้วยการผนึก RFID (ติดไว้ที่อุปกรณ์ล็อกประตูตู้คอนเทนเนอร์) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งของตู้คอนเทนเนอร์และป้องกันการเปิดตู้คอนเทนเนอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต

  • การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ผู้นำเข้าบางรายกำหนดให้ผู้ส่งออกสินค้าอาหารต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของสินค้าได้ RFID ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านความทนทานและสามารถบรรจุ ข้อมูลของสินค้าได้มากกว่า Barcode จึง เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ

โดยเฉพาะในขั้นตอนการผลิตอาหารหลากหลายประเภท อาทิ อาหารทะเล และผัก ที่มีความซับซ้อนและมีข้อมูลจำนวนมาก ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยที่อยู่ระหว่างทดลองนำ RFID มาใช้ในขั้นตอนการผลิต สินค้า อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (กุ้ง) และทานิยาม่า (หน่อไม้ฝรั่ง)

  • ลดอุปสรรคจากการที่ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มบังคับใช้ RFID ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ การที่ผู้นำเข้ารายใหญ่ของโลก เช่น Wal-Mart และ Tesco เริ่มทดลองใช้ RFID เพื่อความสะดวกในการบริหารระบบห่วงโซ่อุปทานของตนและมีแนวโน้มที่จะบังคับให้ผู้ป้อนสินค้า () ติดฉลาก RFID ซึ่งหากแนวโน้มเช่นนี้แพร่หลายไปยังคู่ค้าหรือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อื่นๆ ทั่วโลก ระบบ RFID ก็จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศได้


และ RFID จะส่งเสริมต่อประสิทธิภาพของ หรือ คือ การจัดการควบคุมปริมาณการรับสินค้าจากคู่ค้าให้สอดคล้องกับการผลิตและการส่ง มอบทำให้ช่วยลดต้นทุนและทำให้การส่งมอบเป็นแบบ Real Time โดยระบบนี้สามารถเชื่อมโยงไปสู่การสั่งซื้ออัตโนมัติ ทำให้ลดเวลาและภาระในการจัดซื้อหรือ ในการลดสินค้าคงคลังนับว่า RFID จะเป็นนวัตกรรมใหม่ของอนาคตในการแก้ปัญหาและหรือหาคำตอบ (Solution) ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน

ทำให้ระบบโซ่อุปทานโลจิสติกส์กลายเป็นเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็น “e-supply chain” อย่างแท้จริงจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี RFID จะมีความจำเป็นต่อการบริหารการจัดการซัพพลายเชนของภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Industries Sector) ในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เนื้อหาบ้างส่วน : สยามธุรกิจ และ V-SERVE GROUP





Loading Disqus Comments ...
Loading Facebook Comments ...