กรณีศึกษา (Case study) : โคเนื้อเมืองไทย การจัดการเพื่อสมดุลของต้นน้ำและปลายน้ำ
ก.ค. 29, 2010 Case study, Knowledge
อุตสาหกรรมโคเนื้อของออสเตรเลียจำแนกตามคุณภาพได้เป็น 3 ระดับ (1) การเลี้ยง โคขุนคุณภาพสูง (Fattening Cattle) เพื่อจำหน่ายตลาดต่างประเทศเป็นการเฉพาะโดยเฉพาะ ญี่ปุ่น โดยใช้ระยะเวลาขุน 12 เดือน เพื่อให้มีไขมันแทรกในเนื้อ (2) การเลี้ยง โคขุนทั่วไป (Non-Fattening Cattle) เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกต่างประเทศโดยใช้ระยะเวลาขุนประมาณ 90 วัน (ไม่มีไขมันแทรกในเนื้อ) และ (3) การเลี้ยง โคทุ่งหญ้า (Grass-Feed Cattle) ที่ส่วนหนึ่งส่งออกเป็นเนื้อกระป๋องและเป็นเนื้อแช่แข็ง
สำหรับอุตสาหกรรมโคเนื้อของไทยจำแนกตามคุณภาพได้เป็น 2 ระดับ (1) การเลี้ยงโคขุนคุณภาพที่ใช้ระยะเวลาขุนตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ได้แก่เนื้อโคจาก ฟาร์มลุงเชาวน์ (Beef Pro) สุพรรณบุรี สหกรณ์โพนยางคำ (Thai French) สกลนคร และ สหกรณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (KU Beef) นครปฐม กลุ่มนี้ จำหน่ายเนื้อโคแปรรูปให้แก่ร้านค้าขนาดใหญ่ เช่น ร้านอาหารขนาดใหญ่/Supermarket ที่เป็น Franchise ร้านอาหารฟาสฟูด สุกี้ยากี้ ร้านสะเต็ค และ เป็นต้น และ (2) การเลี้ยงโคขุนระยะสั้นและโคเลี้ยงทุ่งหญ้าซึ่งจะให้เนื้อเกรดปานกลางถึงต่ำ ซึ่งจะส่งจำหน่ายในตลาดเนื้อเขียง ตลาดเนื้อบด/ลูกชิ้น และตลาดเนื้อโค ขุนทั่วไป
ระบบการเลี้ยงโคเนื้อของประเทศไทยนั้น จะแบ่งกลุ่มธุรกิจออกได้เป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย
- กลุ่มต้นน้ำ : ประกอบด้วยเกษตรกรผู้เลี้ยงแม่โคและผลิตลูกจำหน่าย รวมถึงกลุ่มเกษตรกรที่นำเข้าโคมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า เข้ามาเลี้ยงเพื่อส่งตลาด
- กลุ่มกลางน้ำ : ได้แก่ กลุ่มของผู้รวบรวมโคจากตลาดนัดโค กระบือ ทั่วประเทศ มาเลี้ยงขุนในรูปแบบต่างๆ
- กลุ่มปลายน้ำ : จะเป็นกลุ่มผู้รวบรวมโคเข้าสู่โรงฆ่าชำแหละ/ตัดแต่ง/แปรรูป ซึ่งมาทั้งจากกลุ่มโคพื้นเมืองและโคขุนคุณภาพดี
Tags: Beef, Case study, Cattle, logistics, กรณีศึกษา