Recent Articles
คลังสินค้าแหล่งสะสมปัญหาทางธุรกิจ
ต.ค. 22, 2011 Logistics Leave a comment
เป้าหมายหลักของการทำธุรกิจคือการทำกำไรสูงสุด ซึ่งการที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ องค์กรต้องบริหารจัดการให้เกิดความพึงพอใจกับบุคคลสามฝ่าย ประกอบด้วย ลูกค้า ผู้ลงทุน และพนักงาน ซึ่งคนทั้งสามกลุ่มนี้มักมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เป็นต้นว่าลูกค้าต้องการ “ของดีราคาถูก” ผู้ลงทุนชอบ “กำไรเยอะๆ ต้นทุนน้อยๆ เงินปันผลมากๆ” พนักงานก็อยากได้ “เงินเดือนสูง แต่ขอทำงานเบาๆ”
การทำธุรกิจจึงต้องสร้างให้เกิดความสมดุลของทั้งสามฝ่าย เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พึงพอใจ ธุรกิจก็อาจล่มสลายลงได้ เช่น หากลูกค้าไม่พอใจ ก็ไม่ยินดีที่จะซื้อสินค้า และพร้อมจะบอกความไม่พอใจที่ได้รับส่งต่อให้เพื่อนๆ จะเกิดการกระจายข่าวร้ายนี้แบบปากต่อปาก ก่อให้เกิดผลเสียกับธุรกิจมากมายจนยากที่จะแก้ไข เจ้าของหากไม่ได้รับกำไรที่คาดหวังก็พร้อมจะเปลี่ยนแหล่งลงทุน และพนักงานเมื่อไม่พอใจกับรายได้ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนงาน หรือทำงานแบบไม่มีชีวิตชีวาจนลูกค้าตำหนิ หรือก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่ลูกค้าได้
การบริหารงานจึงจำเป็นต้องมีเป้าหมาย และตัวชี้วัดมากมาย เพื่อให้แน่ใจได้ว่าสามารถตอบสนองต่อทุกๆ ฝ่ายได้แล้ว จนบางครั้ง (หรือส่วนใหญ่) องค์กรมักจะหลงประเด็นและเกิดความสับสนถึงเป้าหมายที่แท้จริงของธุรกิจ จึงต้องมีการทบทวนเป้าหมายและตัวชี้วัดต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง หากพบว่าแนวทางที่ดำเนินอยู่ขัดกับวัตถุประสงค์หลัก
ในการมองว่ากิจกรรมต่างๆ ของโลจิสติกส์ เป็นกิจกรรมที่เรียกว่า “ความสูญเปล่า” หรือ “งานที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่า” จึงเป็นงานที่องค์กรต้องแบกภาระต้นทุน โดยบริษัทต้องจ่ายเงินออกไปทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ธุรกิจจึงต้องเฝ้ารอเวลา จนเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน เช่น เทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น กิจกรรมต่างๆ ที่ไม่จำเป็นนี้ก็จะถูกลดทอนลงไป ตัวชี้วัดต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนออกไปด้วยเช่นกัน
กิจกรรมของ “คลังสินค้า” ก็เป็นงานด้านโลจิสติกส์อย่างหนึ่ง ที่ไม่ก่อคุณค่าให้กับธุรกิจ แต่ด้วยเพราะมีรสชาติหอมหวานรับประทานง่าย ทำให้นักบริหารธุรกิจมักจะใช้ประโยชน์จากมัน จนเรียกได้ว่าเสพติดยากที่จะเลิก ด้วยเป็นเพราะว่าคลังสินค้าช่วยสร้างข้อดี ปกปิดข้อเสียให้กับนักบริหารธุรกิจได้อย่างมากมาย คลังสินค้าเรียกได้ว่าเป็น “รัฐกันชน” เพื่อให้ผู้บริหารทำงานได้อย่างมีความสุข
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีผู้กล่าวว่า “คลังสินค้าเป็นแหล่งซ่อนปัญหาชั้นดีของธุรกิจ” บริษัทญี่ปุ่นที่ผมเคยทำงานด้วยบอกเสมอว่า หากต้องการพบกับปัญหา ก็ให้ลดระดับของการเก็บสินค้าลง จะพบสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนเต็มไปหมด บริษัทระดับโลกอย่าง โตโยต้า จึงต้องการพัฒนาตนเองให้กลายเป็น Non-warehouse Manufacturing เพื่อลดระดับปัญหาในองค์กร
Reorder Point (จุดสั่งซื้อซ้ำ) คืออะไร
ต.ค. 19, 2011 Knowledge, Logistics Leave a comment
จุดสั่งซื้อสินค้าใหม่ (Reorder point) หมายถึง การกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังส่วนหนึ่งไว้เป็น “สินค้าปลอดภัย (Safety stock)” เพื่อป้องกันสินค้าขาดแคลน การกำหนดปริมาณสินค้าปลอดภัย จะกำหนดเป็น ระดับการให้บริการ (Service level) หรือระดับสินค้าปลอดภัย (Safety stock) เช่น เป็น 90%, 95%, 99% เป็นต้น โดยพิจารณาจาก “ปริมาณสินค้าคงคลังที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลานำ (Lead time)” ความต้องการ ดังนั้น ข้อมูลที่ควรทราบ คือ เวลานำ และอัตราการใช้สินค้า (Demand Rate) เพื่อ ให้สามารถคำนวณได้ว่าในช่วงเวลาที่รอสินค้าที่สั่งซื้อใหม่นั้นมีความต้องการใช้สินค้าเป็นจำนวนเท่าไร
***ตัวอย่าง*** : ถ้าบริษัทหนึ่ง จำกัด ใช้ส่วนประกอบดังกล่าวในตัวอย่างที่ 1 โดยเฉลี่ยวันละ 2 หน่วย และในการสั่งซื้อแต่ละครั้งจะใช้เวลารอ 5 วัน จึงจะได้รับสินค้า ดังนั้น บริษัทควรสั่งซื้อเมื่อมีส่วนประกอบนี้เหลือในสต็อก 10 หน่วย คือจำนวนส่วนประกอบที่จะต้องใช้ระหว่าง 5 วันที่รอส่วนประกอบที่สั่งใหม่นั่นเอง ดังแสดงเป็นสูตรการคำนวณจุดสั่งซื้อซ้ำ ได้ดังนี้ Read More..
3 สิ่งนี้ต้องกำจัด Muda – Mura – Muri
ต.ค. 17, 2011 Logistics, Supply Chain Leave a comment
Muda หรือความสูญเปล่า อาจเกิดได้หลายลักษณะ อาทิ ความสูญเปล่าที่เกิดจากการรอ การเคลื่อนย้าย การปรับเปลี่ยน การทำใหม่ การถกเถียง เป็นต้น
Mura หรือความไม่สม่ำเสมอ งานที่มีความไม่สม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปริมาณงาน วิธีการทำงาน หรืออารมณ์ในการทำงาน ทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอของผลงานตามไปด้วย นั่นหมายความว่า ผลงานที่ออกมาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หากทุกคนสามารถรักษามาตรฐานของงานไว้ได้ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของงานสูงขึ้น
Muri หรือการฝืนทำ การฝืนทำสิ่งใดๆ ก็ตามมักทำให้เกิดผลกระทบบางอย่างในระยะยาว
Pick To Light คืออะไร
ต.ค. 16, 2011 Warehouse Leave a comment
Pick To Light หมายถึง “การหยิบตามไฟ” ซึ่งมีหลักการง่าย ๆ คือ การนำอุปกรณ์ Pick Tag ไปติดตาม Shelf ของสินค้า โดยเมื่อมี Order ที่จะทำการจัดสินค้า ระบบจะแสดงไฟตามจำนวนสินค้าที่ต้องหยิบของ Order นั้น
Pick to light ถ้าแปลกันตามตัวก็คือ Pick ตามความหมายของ “Logistics แปลว่าหยิบ Light แปลว่า แสง”
Pick to light ก็แปลว่าหยิบตามแสง ซึ่งหมายความว่า หากเห็นแสงไฟกระพริบในตำแหน่งใด ผู้ปฎิบัติงานจะต้องไปหยิบสินค้านั้นๆ ตามจำนวนที่ระบบสั่งให้หยิบ (ระบบ หมายถึง ระบบบริหารคลังสินค้าหรือ WMS) หากหยิบเสร็จ จะมีการกดปุ่มเพื่อยืนยันการหยิบ แสงไฟก็จะดับลง บริษัทชั้นนำหลายๆแหล่งเช่น โตโยต้า, Seven ก็นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในคลัง
Pick to light ใช้ได้กับสินค้าอะไร
- สินค้าที่เป็น ชิ้น เป็นอัน หรือ แกะกล่องสามารถใช้ร่วมกับวิธีการหยิบประเภท Wave, Zone and Batch Picking
- ความสามารถรวดเร็ว เพราะแสงจะเป็นตัวบอกตำแหน่งการหยิบสินค้า ทำไม่ผู้หยิบไม่ต้องเสียเวลาค้นหาง่ายและถูกต้อง Paperless เพราะไม่ต้องพิมพ์ใบสั่งงานหยิบสินค้า ราคาไม่แพง ใช้งานร่วมกับโปรแกรม WMS
5S ลีน คืออะไร
ต.ค. 13, 2011 คําศัพท์โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน Leave a comment
ลีน (lean) หมายถึงความคล่องตัว กะทัดรัด ไร้ส่วนเกิน เพื่อก้าวเข้าสู่ลีนเราจึงต้องอาศัย 5S แบบประยุกต์ ดังนี้
- 1. Simple ทำให้ง่ายเข้าไว้
- 2. Small ทำงานผลิตล็อตเล็กๆ ตามหลัก JIT ใช้คนน้อย คนเดียวทำได้หลายอย่างที่เรียกว่า Muti-skills
- 3. Smooth งานผลิตราบเรียบ ไม่มีกองสุมในกระบวนการผลิต สมดุลกับจำนวนออเดอร์ต่อนาที
- 4. Slim ไม่มี่ความสูญเปล่า ไร้ส่วนเกินในการผลิต
- 5. System ใช้ระบบสยบความแปรปรวน Read More..