EOQ – Economic Order Quantity ระบบขนาดการสั่งซื้อที่ประหยัด คืออะไร
ส.ค. 6, 2009 คําศัพท์โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
Eoq หรือ Economic Order Quantity คือ ปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด โดยการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งจะสั่งในปริมาณหรือจำนวนที่ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมต่ำที่สุด ซึ่งค่าใช้จ่ายรวมนั้นเกิดจากค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ (Ordering Cost) และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า (Carrying Cost) (ค่าใช้จ่ายสองตัวนี้จะแปรผกผันกัน)
สูตร EOQ = √ 2 DO / C
- D = ความต้องการสินค้าใน 1 ปี
- O = ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อแต่ละครั้ง
- C = ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าต่อหน่วยต่อปี
ประโยชน์ ของ EOQ
- ทำให้กิจการสามารถเผชิญกับความผันแปรของ Demand ได้ โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาการขาด Stock
- ช่วยลดต้นทุนสินค้าเนื่องจากการสั่งซื้อในปริมาณมาก
- ช่วยประหยัดต้นทุนการสั่งซื้อ
- กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดชะงัก
ข้อจำกัด ของ EOQ
- ความต้องการสินค้ามีปริมาณแน่นอน
- ระยะเวลาในการสั่งซื้อจนกระทั่งได้รับสินค้า (Lead time) มีระยะเวลาแน่นอน
- ต้นทุนในการสั่งซื้อสินค้าคงที่
- ราคาสินค้าต่อหน่วยคงที่
- ไม่มีการส่งคืนสินค้า
- ไม่มี Discount มาเกี่ยวข้อง
- การสั่งซื้อทุกครั้งจะได้รับสินค้าโดยการจัดส่งเพียงครั้งเดียว
- สินค้าไม่มีการขาด stock
EOQ ต้องคำนึงถึง
- ต้นทุนในการสั่งซื้อ (Ordering Cost) เช่น การออกใบสั่งซื้อ การติดตามงานกับ Supplier
- ต้นทุนการเก็บรักษา (Holding Cost) เช่น ค่าประกันภัยสินค้า ค่าเช่าโกดังสินค้า
- อัตราการใช้สินค้า หรือการซื้อซ้ำ (Reorder point) คำนวณจากการพยากรณ์ และ Lead time ด้วย
- Reorder point เป็นการตัดสินใจว่าจะทำการสั่งซื้ออีกเมื่อไหร่ ซึ่งอาจต้องมีการเผื่อ Safety Stock ไว้ระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต
เพิ่มเติมสำหรับ การคำนวณ EOQ แบบง่ายๆ ทางเว๊บได้จัดทำขึ้น
Tags: Economic Order Quantity, EOQ, คำนวน eoq, สูตร EOQ
Just-in-time (่JIT) คืออะไร
ส.ค. 1, 2009 Logistics, คําศัพท์โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
JIT – Just in time (ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี) หมายถึง ของการจัดส่งหรือการผลิตแบบทันเวลาพอดี โดยมีแนวความคิดง่ายๆบนหลักการที่ว่า จะไม่มีกิจกรรมใดๆเกิดขึ้นในระบบจนกว่าจะมีความต้องการเกิดขึ้น ดังนั้นสินค้าจะถูกผลิตก็ต่อเมื่อมีความต้องการเกิดขึ้น JIT จะมีแนวคิด “แบบดึงเข้า ( Pull Concept )” โดยข้อมูลลูกค้าที่ปลายท่อส่งจะถูกแจ้งกลับมายังโรงงาน ทำให้โรงงานรู้ความต้องการที่เกิดขึ้นจริง และทำการผลิตตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงทำการจัดส่งวัตถุดิบหรือสินค้าไปยังตลาดหรือที่ตั้งของลูกค้า ในทางตรงกันข้าม แนวคิดอักแบบหนึ่งคือ “แบบผลักออก ( Push Concept )” จะหมายถึงสินค้าหรือบริการจะได้รับการผลิตตามการพยากรณ์หรือการคาดการณ์ เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า
๐ ควบคุมวัสดุคงคลังให้อยู่ในระดับที่น้อยที่สุดหรือให้เท่ากับศูนย์ ( Zero inventory )
๐ ลดเวลานำหรือระยะเวลารอคอยในกระบวนการผลิต ( Zero lead time )
๐ ขจัดปัญหาของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต ( Zero failures )
๐ ขจัดความสูญเปล่าในการผลิต ( Eliminate 7 Types of Waste ) ดังต่อไปนี้
- 1. การผลิตมากเกินไป (Overproduction) : ชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ถูกผลิตมากเกินความต้องการ
- 2. การรอคอย (Waiting) : วัสดุหรือข้อมูลสารสนเทศ หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวหรือติดขัดเคลื่อนไหวไม่สะดวก
- 3. การขนส่ง (Transportation) : มีการเคลื่อนไหวหรือมีการขนย้ายวัสดุในระยะทางที่มากเกินไป
- 4. กระบวนการผลิตที่ขาดประสิทธิภาพ (Processing itself) : มีการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็น
- 5. การมีวัสดุหรือสินค้าคงคลัง (Stocks) : วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีเก็บไว้มากเกินความจำเป็น
- 6. การเคลื่อนไหว (Motion) : มีการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นของผู้ปฏิบัติงาน
- 7. การผลิตของเสีย (Making defect) : วัสดุและข้อมูลสารสนเทศไม่ได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพ
Read the rest of this entry »
Tags: Eliminate 7, JIT, Just-in-time