ช่องทางการกระจาย (Channel of Distribution) คืออะไร
พ.ค. 31, 2010 Transport
ช่องทางการกระจาย (Channel of Distribution) หมายถึง กลุ่มขององค์การ สถาบัน หรือหน่วยงานที่อยู่ภายในหรือภายนอก โรงงานผลิต โดยทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดที่สำคัญได้แก่ การซื้อ การขาย การขนส่ง การเก็บรักษาสินค้า การคัดแยกสินค้า การสนับสนุนทางการเงิน การยอมรับความเสี่ยง และการให้ข้อมูลทางการตลาด เป็นต้น องค์การ สถาบันหรือ หน่วยงานที่อยู่ในช่องทางการกระจายต้องทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมการตลาดอย่างน้อย 1 ประเภท
โครงสร้างช่องทางการกระจายถูกกำหนดจากหน้าที่ทางการตลาดที่อยู่ภายในความรับผิดชอบขององค์การแต่ละแห่ง ช่องทาง การกระจายส่วนใหญ่ใช้โครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานอย่างหลวม ๆ โดย โครงสร้างช่องทางแต่ละประเภทมักขึ้นกับ ธรรมชาติของสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จนกล่าวได้ว่า ไม่มีโครงสร้างช่องทางประเภทหนึ่งประเภทใดที่ดีที่สุดและเหมาะสม ในทุกสถานการณ์ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจเลือกโครงสร้างช่องทางการกระจายสินค้าที่เหมาะสมและสอดคล้อง กับเป้าหมายรวมของกิจการและเป้าหมายทางการตลาด ปรัชญา การดำเนินงาน จุดแข็งและจุดอ่อน โครงสร้างพื้นฐาน คลังสินค้า และสินทรัพย์ที่ใช้ในการผลิต โดยหากกิจการมีการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไว้หลายประเภท ผู้บริหารอาจต้องพัฒนาโครงสร้าง ช่องทางการกระจายหลายประเภท เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหตุที่ต้องมีโครงสร้างช่องทางกระจาย อธิบายได้ดังนี้
- การซื้อขายแลกเปลี่ยนจำเป็นต้องอาศัยพ่อค้า เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและเพื่ออรรถประโยชน์ด้านเวลา (Time Utility) อรรถประโยชน์ด้านสถานที่ (Place Utility) และอรรถประโยชน์ด้านการเป็นเจ้าของ (Possession Utility)
- โครงสร้างการกระจายที่อาศัยพ่อค้าช่วยให้คัดแยกและแบ่งประเภทสินค้าได้ดียิ่งขึ้น
- ตัวแทนการตลาดสามารถดำเนินงานด้านการตลาดได้เป็นประจำและต่อเนื่อง
- โครงสร้างการกระจายที่มีประสิทธิภาพจะช่วยอำนวยความสะดวกต่อลูกค้าในการซื้อหาสินค้าหรือบริการ
Read the rest of this entry »
การบริการลูกค้า (Custom Service) คืออะไร
พ.ค. 30, 2010 Knowledge, คําศัพท์โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
การบริการลูกค้า (Custom Service) หมายถึง การวัดผลการดำเนินการของระบบโลจิสติกส์ในอันที่จะสร้างอรรถประโยชน์ ด้านเวลาและสถานที่สำหรับสินค้าและบริการ นอกจากนี้ยังรวมถึงกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มที่สร้างประโยชน์ให้กับโซ่อุปทานด้วย วิธีที่คุ้มค่าต้นทุนมากที่สุด กระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และบุคคลที่สาม กระบวนการนั้นได้ให้ผลด้วยการ เพิ่มคุณค่าให้กับการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นในการแลกเปลี่ยนนี้อาจจะอยู่ในระยะสั้น เช่น การทำธุรกรรมเพียง ครั้งเดียว หรืออยู่ในระยะยาว เช่น ความสัมพันธ์ด้วยสัญญา มูลค่านี้จะเกิดขึ้นกับธุรกรรมต่าง ๆ หรือสัญญาและจะเกิดขึ้นเมื่อ ธุรกรรมเหล่านั้นได้เสร็จสิ้นลง ซึ่งวัดได้เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนการเริ่มต้น
การให้ “บริการลูกค้า” ยังรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปนี้
- กิจกรรมหรือการปฏิบัติงานที่จะต้องมีการจัดการ เช่น การดำเนินการตามคำสั่งซื้อสินค้าหรือการรับฟังคำร้องทุกข์ของลูกค้า
- ผลการปฏิบัติงานภายใต้ระเบียบวิธีที่กำหนด เช่น ความสามารถในการจัดส่งสินค้า 98% ของ คำสั่งซื้อที่ได้รับภายใน 24 ชั่วโมง
- การมุ่งไปยังปรัชญาของกิจการมากกว่ากิจกรรมหนึ่งกิจกรรมใด
Read the rest of this entry »
Tags: Custom Service, การบริการลูกค้า
อัตราการหมุนเวียนของสินค้า (Inventory Turnover) คืออะไร
พ.ค. 26, 2010 คําศัพท์โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
อัตราการหมุนเวียนของสินค้า (Inventory Turnover) หมายถึง การแสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนที่ธุรกิจได้ใช้ไปกับสินค้า ถ้าเป็นบริษัท จำกัด ผู้ให้ความสนใจคือเจ้าของกิจการ แต่ในบริษัทที่เป็นมหาชนย่อมจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนและเจ้าของหุ้น ให้ความสนใจ เพราะถ้าพิจารณากันในรายละเอียดแล้ว สิ่งที่จะเปลี่ยนเป็นมูลค่าและนำมาซึ่งผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในหมวดสินทรัพย์ทั้งหมดคือ “สินค้า”
หรือ สินค้าหมุนเวียนระหว่างการซื้อเข้าและนำออกขาน เป็นอย่างไร จุดประสงค์สำคัญคือเพื่อ ดูการเคื่อนไหวของรายการสินค้าเช่น ถ้ารายการใดหยุดนิ่งไม่หมุนเวียน แสดงว่า ค้างสต๊อค จะเก่าเก็บและเสียหาย หรือจมทุน
แนวความคิดหลักของอัตราการหมุนของสินค้า
เนื่องจากอัตราการหมุนของสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงระยะเวลาที่ ธุรกิจใช้ในการสร้างรายได้ โดยเปรียบเทียบได้กับเงินลงทุนในสินค้าที่ธุรกิจจ่ายไป ซึ่งการที่รอบระยะเวลาการหมุนของสินค้าเร็วกว่า ย่อมแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจไม่ต้องนำเงินลงทุนไปจมกับสินค้าคงเหลือเป็นระยะเวลานาน อีกนัยหนึ่งก็คือ การลดจำนวนเงินทุนที่ใช้ในการจัดหาสินค้า เป็นการลดต้นทุนไปในตัว ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนและสินทรัพย์ที่มีอยู่ และยังเป็นการลดภาระในการเก็บสินค้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่หรือค่าเสียโอกาสในการใช้พื้นที่อีกด้วย
Read the rest of this entry »
L/C หรือ Letter of Credit คืออะไร
พ.ค. 25, 2010 Transport
Letter of Credit หรือที่นิยมเรียกกันย่อๆ ว่า L/C เป็นการชำระค่าสินค้าผ่านธนาคารวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเป็นวิธีเดียวที่มีหลักประกันพอที่จะเชื่อได้ว่า ผู้ขายสินค้าจะได้รับเงินค่าสินค้าเมื่อได้ส่งมอบสินค้าลงเรือ และผู้ซื้อสินค้าจะได้รับสินค้าเมื่อจ่ายเงินค่าสินค้า
หรือผู้นำเข้า ในกรณีที่ผู้นำเข้าสั่งซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือเครื่องจักรจากต่างประเทศโดยเลือกใช้วิธีการชำระเงินแบบ L/C โดยผู้นำเข้าสามารถติดต่อขอใช้บริการเปิด L/C กับธนาคารได้ ซึ่งเมื่อธนาคารเปิด L/C ไปแล้ว ธนาคารจะมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินทันที (L/C at Sight) หรือชำระเงินในอนาคต (L/C Terms) ให้แก่ธนาคารของผู้ส่งออกในต่างประเทศ เมื่อได้รับเอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามเงื่อนไขของ L/C
- L/C ที่เพิกถอนได้ (REVOCABLE LETTER OF CREDIT)
L/C ประเภทนี้เมื่อธนาคารของผู้ซื้อได้เปิด L/C ออกไปให้แก่ผู้ขายในต่างประเทศแล้ว ผู้ซื้อหรือธนาคารจะแจ้งยกเลิกเสียเมื่อไรก็ได้ โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากผู้ขายแต่ประการใด ดังนั้นในทางปฏิบัติ L/C ชนิดนี้จึงไม่นิยมนำมาใช้ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ - L/C ที่เพิกถอนไม่ได้ (IRREVOCABLE LETTER OF CREDIT)
L/C ประเภทนี้เมื่อธนาคารของผู้ซื้อได้เปิด L/C ออกไปแล้ว ทั้งธนาคารและผู้ซื้อจะทำการยกเลิกไม่ได้ รวมทั้งไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อความหรือเงื่อนไขต่างๆ ได้ L/C ประเภทนี้จึงเป็นประเภทที่ใช้งานได้จริงในการค้าระหว่างประเทศ L/C ที่มิได้ระบุว่าเป็น L/C ที่เพิกถอนได้ในทางปฏิบัติจะถือว่าเป็น L/C ที่เพิกถอนไม่ได้
ข้อควรระวังในการเปิด L/C
ในการเปิด L/C ไปซื้อสินค้าจากผู้ขายในต่างประเทศ ผู้ซื้อควรปฏิบัติดังนี้
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายให้แน่ชัดเสียก่อน ซึ่งอาจกระทำได้โดยการไปเยี่ยมโรงงานของผู้ขายหรือให้ธนาคารเป็นผู้ตรวจสอบให้
- ตรวจสอบว่าเอกสารและเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุไว้ในใบคำขอเปิด L/C เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่
- ศึกษาข้อกำหนดของทางราชการเกี่ยวกับสินค้าที่จะนำเข้า เช่น การควบคุมการนำเข้า หรือมีอากรพิเศษหรือไม่ เป็นต้น
Tags: L/C, Letter of Credit
การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand Forecasting) คืออะไร
พ.ค. 21, 2010 Forecasting
การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand Forecasting) หมายถึง เป็นการคาดการณ์ความต้องการในตัวสินค้าหรือการบริการลูกค้าในอนาคต ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการที่จะสร้างผลกำไรหรือทำให้บริษัทขาดทุนในการดำเนินการ การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าล่วงหน้า จะช่วยให้บริษัทสามารถกำหนดทิศทางในการดำเนินงานว่าจะผลิตสินค้าจำนวนเท่าไร หรือเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์มากน้อยเพียงใด
ว่ากันง่ายๆ คือ การคาดเดาความต้องการของลูกค้า (demand forecast) ทำได้ดีและแม่นยำขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านี่ทำให้การจัดการ supply chain มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Read the rest of this entry »
Tags: Demand, Demand Forecasting, Forecasting