ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า..มีอะไรบ้าง ?

ต้นทุนการบริหารคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง ประกอบไปด้วย 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ () เกิดจากการดำเนินกิจกรรมการให้บริการภายในคลังสินค้า การจัดเก็บสินค้า การเลือกสถานที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้า ซึ่งมีลักษณะเดียวกับต้นทุนการขนส่งที่ผู้ประกอบการสามารถดำเนินงานเองที่เรียกว่า In-house และการจ้างให้ผู้อื่นๆ ดำเนินการให้หรือเช่าที่ผู้อื่น ที่เรียกว่า และ ( carrying ) คือต้นทุนในการถือครองสินค้าหรือค่าเสียโอกาสที่เงินทุนไปจมอยู่ในสินค้า รวมถึงต้นทุนค่าดอกเบี้ย ค่าประกันสินค้า

Read the rest of this entry »

lead logistics provider (LLP) คืออะไร

() หมายถึง ที่มีการปฏิบัติการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ บริษัทอาจจะมีการจัดจ้างผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลายรายในแต่ละกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ทำให้บริษัทต้องมีความยุ่งยากในการบริหารผู้ให้บริการโลจิสติกส์เหล่านี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดภาระการบริหารลง บริษัทอาจจะกำหนดผู้ให้บริการโลจิสติกส์ รายใดรายหนึ่งจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลายๆ รายที่มีอยู่ขึ้นมาให้เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลัก หรือที่เรียกกันว่า lead logistics provider (LLP) ” ซึ่งจะมีหน้าที่ประสานการปฏิบัติการกิจกรรมโลจิสติกส์บางส่วนหรือทั้งหมดที่บริษัทมีการจัดจ้างออกมา

Read the rest of this entry »

ความแตกต่าง 4P vs 4C คืออะไร

ความแตกต่าง ’s vs ’s ในมุมมองของ Management ()

1. Product ->
เพราะ คุณจะไม่สามารถขายของที่คุณผลิตได้ แต่คุณจะสามารถขายของที่ผู้บริโภคต้องการได้ การเน้นไปที่ผู้บริโภคเป็นสำคัญ Customer is the King.กำลังกลายมาเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์การให้ความสนใจ และนั่นคือที่มาของ คำว่า CRM หรือ Customer Relationship Management หรือ บางแห่งก็เรียกว่า Customer Relationship Marketing or Relationship Marketing

2. Price ->
เพราะผู้บริโภคไม่สนใจราคาขาย เพราะบรรดา Modern Trade ต่างตัดราคาจนผู้บริโภคสามารถซื้อได้ในราคาที่พอใจแล้ว แต่สิ่งที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงก็คือ ลดต้นทุนในกระบวนการผลิตสินค้าให้ถูกลง เพื่อที่จะสามารถขายให้บรรดา Modern Trade และ Discount Stores ได้ในราคาที่ถูกที่สุด เพราะประโยชน์ของผู้บริโภคสูงสุด

3. Place ->
ผู้บริโภคไม่สนใจในร้านค้าที่จะต้องขับรถหรือเดินทางไปหาซื้ออีกแล้ว เพราะความรีบเร่งและระบบการจราจรที่ติดขัด ทำให้ ผู้บริโภคปรับความคิดมาเป็นความสะดวกในการหาซื้อ ฉะนั้น บริษัทใดที่อำนวยความสะดวกในการหาซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคก็จะไปซื้อสินค้ากับร้านค้านั้น

4. Promotion ->
นักการตลาดเริ่มมองว่า Promotion เป็นคำที่แคบไป เพราะในกระบวนการส่งเสริมการขายนั้น การสื่อสารสำคัญที่สุด ฉะนั้นนักการตลาดจึง Forget about Promotion แบบแยกส่วน ว่าจะ โฆษณาอย่างไร จะลดแลกแจกแถมอย่างไร แต่ให้มองเป็นองค์รวม เป็น Communication ที่สื่อสารกับผู้บริโภคในภาพรวม ใน communications

Read the rest of this entry »

P-D-C-A คืออะไร

มาจากคำภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ซึ่งต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • P – หมายถึึง การกำหนดวัตถุประสงค์ และตั้งเป้าหมาย กำหนดขั้นตอนวิธีการ และระยะเวลา จัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นทั้งในด้านบุคคล เครื่องมืองบประมาณ
  • D- หมายถึง  การทำความเข้าใจ และลงมือปฏิบัติตามแผน
  • C- หมายถึง เพื่อติดตามความคืบหน้า และดูผลสำเร็จของงานเมื่อเทียบกับแผน
  • A- ให้เหมาะสม หมายถึง การปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ ก็จัดให้เป็นมาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางให้ปฏิบัติต่อไป หากการปฏิบัติมีข้อควรปรับปรุง ให้กำหนดวิธีการปรับปรุงต่อไป

ตัวอย่าง ผู้เรียนจะซื้อของใช้ภายในบ้าน PDCA ของกิจกรรมการซื้อ ได้แก่ การซื้อของใช้ภายในบ้าน

Plan วางแผน :

คิดว่ามีอะไรต้องใช้ สำหรับกี่คน ตรวจสอบว่าของในบ้านมีอะไรเหลืออยู่เป็นจำนวนเท่าไหร่ ขาดเหลืออะไร (check) จดรายการและจำนวนสิ่งของที่ต้องซื้อ กำหนดสถานที่ เตรียมเงินให้เพียงพอ

Do ปฏิบัติ :

ไปที่ร้านค้า ลำดับในการซื้อ ถ้าต้องไปหลายร้าน เลือกเส้นทางที่ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา ถ้าต้องยกของเอง เลือกซื้อของที่มีน้ำหนักเบาก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องยกของหนัก เป็นเวลานาน (plan) แล้ว เดินเลือกซื้อของตามที่จดมา (do) หากพบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน เช่น ไม่มีของ หรือมีราคาสูงเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ (check) ให้พิจารณาปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม (act) ก่อนออกจากร้าน ตรวจสอบ ว่าของที่ซื้อ ได้รับครบตามจำนวนและถูกต้องตามที่ต้องการหรือไม่ สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือมีตำหนิ คนขายคิดราคาและทอนเงินถูกต้องหรือไม่ (check) ถ้าสินค้ามีตำหนิให้เปลี่ยนของหรือถ้าทอนผิดก็ทักท้วงให้เกิดความถูกต้อง (act)

Check ตรวจสอบ :

กลับมาที่บ้าน ตรวจสอบจำนวนเงินที่ใช้ไป ตรวจสอบว่าอะไรบ้างที่ซื้อไม่ได้ตามแผน เช่น ของราคาสูงกว่าที่คิดไว้ ของเปลี่ยนรุ่น เป็นต้น ของอะไรที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ เช่น ซื้อแบตเตอรรี่ผิดขนาด

Act ดำเนินการให้เหมาะสม :

ความผิดพลาดจากการซื้อของครั้งนี้คืออะไร เช่น ไม่เช็คขนาดของแบตเตอรี่ก่อนออกจากบ้าน ต่อไปต้องตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบขึ้น แทนที่จะดูแต่รายการกับจำนวน เช่น เบอร์ของสินค้า ว่าเป็นแบตเตอรี่ ขนาด AA หรือ AAA รวมทั้งขยายผลไปยังของอื่นที่ต้องตรวจสอบสเป็คด้วย เช่น เบอร์ รหัส รุ่น หน่วยวัด เป็นต้น

จดราคาสินค้าที่ซื้อมาเก็บไว้เป็นมาตรฐานสำหรับเปรียบเทียบในการซื้อครั้งต่อไป เพื่อจะได้เตรียมงบประมาณให้เหมาะสม

Read the rest of this entry »

หน่วยที่ใช้วัดขนาดของเรือ (Tonnage) คืออะไร

หมายถึง หน่วยที่ใช้วัดขนาดของเรือ ได้มีความพยายามาแต่อดีตเพื่อให้การวัดขนาดของเรือเป็นไปตามมาตรฐาน เดียวกัน สนธิสัญญาที่มีข้อตกลงกัน และที่นิยมใช้ในปัจจุบันก็คือ International Tonnage Convention 1969 หรือ ITC 69 ซึ่งระบุ วิธีการคำนวณ Gross Registered Tonnage หรือ และ Net Registered Tonnage หรือ ไว้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้คือ

  • Gross Registered Tonnage หรือเรียกย่อ ๆ ว่า GRT คือปริมาตรในส่วนผนึกน้ำทั้งหมดของเรือ 1 หน่วยของ GRT มีปริมาตรประมาณ 100 ลูกบาศก์ฟุต
  • Net Registered Tonnage หรือเรียกย่อ ๆ ว่า NRT คือปริมาตรในส่วนผนึกน้ำของเรือที่สามารถใช้บรรทุกสินค้าได้ 1 หน่วย ของ NRT มีปริมาณ 100 ลูกบาศก์ฟุต ทั้ง GRT และ NRT ไม่มีหน่วย เช่น เรือมี GRT 9,500 และNRT 6,500 เป็นต้น
  • ระวางขับน้ำ หรือ Displacement Tonnage คือน้ำหนักของน้ำที่จมลงไปแทนที่น้ำมีหน่วยเป็นเมตริกตันหรือ 1,000 กิโลกรัม ส่วนมากใช้สำหรับกรณีของเรือรบ
  • น้ำหนักเรือเปล่า หรือ Light Displacement Tonnage คือ น้ำหนักของมวลสารทั้งหมดที่ใช้ในการสร้างเรือ มักใช้ค่า 2 หน่วย คือ Long Ton หรือ 1,016 กิโลกรัม และ Metric Ton หรือ 1,000 กิโลกรัม
  • ระวางขับน้ำสูงสุดเมื่อบรรทุกสินค้า หรือ Loaded Displacement Tonnage คือน้ำหนักของเรือเปล่า และสิ่งของที่บรรทุกอยู่ บนเรือทั้งหมด วัดที่ระดับอัตราการกินน้ำลึกสูงสุดของเรือ หน่วยที่ใช้เป็นเมตริกตันหรือ1,000 กิโลกรัม
  • ระวางบรรทุกสูงสุด หรือ Deadweight Tonnage หรือเรียกย่อ ๆ ว่า DWT หรือ Deadweight All Told หรือ DWAT คือ น้ำหนักที่เรือสามารถใช้ในการบรรทุกทุกสิ่งรวมทั้งน้ำหนักสินค้า น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำจืด เป็นต้น ที่เรือจะรับได้โดย ปลอดภัย มีหน่วยเป็นเมตริกตัน
  • ระวางบรรทุกสินค้าสูงสุด หรือ Deadweight Cargo Capacity หรือ DWCC คือน้ำหนักของสินค้าที่เรือจะสามารถบรรทุกได้ สูงสุด DWCC จะมีค่าผันแปรบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สินค้า ที่บรรทุกอยู่บนเรือ เช่นน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำจืด อะไหล่ น้ำอับเฉา หรือ Ballast Water และน้ำหนักค่าคงที่ของเรือหรือ Constant Weight
  • ความจุของระวางสินค้าเรือ หรือ Grain หรือ Bale Capacity คือปริมาตรความจุของระวางสินค้า มีหน่วยเป็นลูกบาศก์ฟุต หรือ ลูกบาศก์เมตร ถ้าเป็น Grain Cupacity คือปริมาตร ความจุ ที่สามารถบรรจุสินค้าที่เป็นสินค้าเทกอง หรือเป็นเมล็ด ส่วน Bale Capacity คือปริมาตรความจุที่สามารถบรรจุสินค้าที่เป็นกระสอบหรือเป็นกล่องหรือเป็นหีบห่อ

Read the rest of this entry »

หน้า 1 ถึง 212






Follow us: Facebook | RSS | Twitter | FriendFeed